ยุทธศาสตร์แก้หนี้ครูดึงผู้บริหารร่วมดูแลการกู้ยืม

L_be995cehaf8cg6eafjbab

  บอร์ดสกสค. เห็นชอบแผนยุททธศาสตร์แก้หนี้ครู เตรียมจับมือสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้กลุ่มวิกฤต ดึงผู้บริหารมีส่วนร่วมดูแลการกู้ยืมของครูและบุคลากรทางการศึกษา 

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.59 ดร.พิษณุ  ตุลสุข  รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลกรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการสกสค.ที่มี พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างครบวงจร ตามที่สำนักงาน สกสค.เสนอ ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีหลักการสำคัญ คือ ตัดวงจรไม่ให้ครูก่อหนี้เพิ่ม ไปกู้หนี้ใหม่เพื่อมาโปะหนี้เก่า โดยจะมีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู กับสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้แก่ครูด้วยว่าจะไม่ปล่อยกู้เพิ่มให้ครูที่มีหนี้ขั้นวิกฤต เช่น ธนาคาร สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น ทั้งนี้ สกสค.จะรวบรวมรายชื่อครูที่มีหนี้ขั้นวิกฤตไว้ทั้งหมด แล้วขึ้นบัญชีเพื่อให้สถาบันการเงินตรวจสอบ ส่วนจะขอความร่วมมือสถาบันการเงินให้ปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำด้วยหรือไม่นั้น เป็นรายละเอียดในขั้นตอนต่อไป

อย่างก็ตาม ลูกหนี้ที่อยู่ในภาวะวิกฤต ต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้ทราบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา นำมาสู่การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซึ่งจะสามารถคำนวณได้ว่า ในแต่ละเดือนลูกหนี้มีความสามารถในการชำระหนี้ได้เท่าไร จึงมีเงินเหลือพอใช้จ่ายในแต่ละเดือนโดยไม่เดือดร้อน รวมถึงบอกได้ว่า จะใช้หนี้หมดภายในระยะเวลากี่ปี ส่วนมาตรการสำคัญก็คือ  กำหนดให้ ผู้บังคับบัญชา ต้องมีความรับผิดชอบต่อการกู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาตามลำดับขั้น  โดยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนมีอำนาจในการอนุมัติวงเงินกู้ให้แก่ครู เพราะฉะนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องเอาใจใส่ลูกน้อง หากพบใครมีภาระหนี้มากเกินไป ก็ไม่ควรอนุมัติให้กู้

 “การอนุมัติวงเงินกู้ จะเป็นไปตามลำดับขั้น อาทิ ผู้อำนวยการโรงเรียนมีอำนาจในการอนุมัติได้ไม่เกิน 500,000  บาท แต่ถ้าต้องการกู้มากกว่านั้น ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นผู้อนุมัติ เป็นต้น ซึ่งการให้ผู้บังคับบัญชา แต่ละระดับมีอำนาจในการอนุมัติเงินกู้ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้มีความเอาใจใส่ ดูแลซึ่งกันและกัน ไม่ปล่อยให้ครูก่อหนี้สินจนล้นพ้นตัวเหมือนที่ผ่านมา และหากมีครูหรือบุคลากรรายใดไปก่อหนี้จนเข้าขั้นวิกฤต  ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับ  ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ หรือแม้กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เป็นต้นสังกัด จะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เชื่อว่ายุทธศาสตร์นี้จะสามารถแก้ปัญหาหนี้สินครูในระยะยาวได้ เพราะมีการป้องกันไม่ให้ครูก่อหนี้เพิ่มได้”ดร.พิษณุ กล่าวและว่าจากนี้จะจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ สกสค.พิจารณาในเดือนธันวาคม 2559 ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป